เที่ยวอยุธยา(ไหว้พระ)ไปกับรถไฟฟรี
06/21/2009 # 5:06 pm # One DD ของนายนิว, เที่ยวทั่วไทย # 2 Commentsวันหยุดเสาร์อาทิตย์เบื่อกรุงเทพก็เลยหนีความวุ่นวายไปนอนชิวๆ ที่อยุธยาสักคืน ไปไหว้พระที่อยุธยาดีกว่า ว่าแล้วเราก็ไปกันเลยดีกว่า อันดับแรกเช็ครอบรถไฟฟรีก่อนครับ ช่วงนี้ดีหน่อยมีประการรถไฟฟรีดีจริงๆ ฮ่าๆ ไม่ต้องเสียตังค์ค่ารถไฟครับ เปิดเว็บหาห้องพักครับทริปนี้อยากได้บรรยากาศแบบธรรมชาติก็เลยเลือกห้องพัดลมครับไม่แพง คืน 400 บาทครับถูกมากๆ ว่าแล้วเราไปดูรูปกันดีกว่า
ซื้อตั๋วรถไฟกันก่อนครับก่อนไปต้องเช็ครอบรถไฟก่อนนะครับจะได้ไม่พลาดตั๋วรถไฟฟรีครับบรรยากาศที่หัวลำโพงวันนี้คนไม่เยอะครับ


ใครไม่มีเงินติดตัวมาไม่ต้องกลัวครับที่หัวลำโพงมีตู้กดเงินสด(ATM) เกือบทุกธนาคารครับหายห่วง


มีที่นั่งให้สำหรับผู้โดยสารที่จะไปอยุธยาด้วยครับไม่ต้องยืนให้เมื่อยแต่ต้องแย่งคนอื่นให้ทันนะครับและมาที่หัวลำโพงก็ไม่ต้องกลัวว่าจะหิวครับเพราะที่นี้มีร้านอาหารมากมายให้เลือกรับประทานครับในช่วงที่รอรถไปที่จะไปเที่ยวอยุธยาครับ หายห่วงอิ่มท้องครับ


หากอย่างไปเที่ยวจังหวัดอื่นก็มีนะครับสามารถดูได้ที่ตางรางเดินรถไฟได้เลย เราไปขึ้นรถไฟกันดีกว่าครับรถไฟไปอยุธยาใกล้จะออกแล้วครับเราไปจับจองที่นั่งกันดีกว่าครับจะนั่งโบกี้ไหนก็ได้ครับเพราะเขาไม่ได้ fix ที่นั่งครับตามสบายเลยครับ


ขอบอกให้หาที่นั่งที่มีพัดลมครับจะได้ไม่ร้อนแล้วก็เปิดพัดลมเองได้เลยนะครับไม่มีใครเปิดให้ครับบริการตัวเองเป็นกันเองมาก ๆ ครับ จากนี้ก็นั่งหลับนอนหลับครับประมาณชั่วโมงกว่าก็ถึงสถานีอยุธยาแล้วครับ

สถานีรถไฟอยุธยาครับ
พอถึงสถานีรถไฟอยุธยาจากนี้เราก็เดินทางเข้าที่พักกันก่อนเพราะผมเดินทางเย็นวันเสาร์ก็เลยมาถึงที่อยุธยาเย็นแล้วที่นี้จะมีรถสองแถวบริการครับค่าบริการรถสองแถว 7 บาท รอบเมืองครับ หรือว่าถ้าเราจะไปที่พักที่เราจองไว้โดยตรงเลยก็ใช้บริการรถตุ๊กครับราคาแล้วแต่จะตกลงกัน

นั่งเรือข้ามแม่น้ำป่าสักเพื่อไปยังอีกฝั่งของอยุธยา

ท่าเรือข้ามฟากไปยังอีกฝั่งของอยุธยา
ส่วนตัวผมเลือกบริการเรือข้ามฟากครับจะได้บรรยากาศนึกย้อนไปในอดีตครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีครับผมคิดว่าในสมัยนั้นผู้คนก็คงเดินทางโดยใช้เรือและค่าบริการไม่แพงด้วย 4 บาทเองครับไปกันเลยเดี๋ยวเราจะถึงที่พักกันแล้วไม่รู้ว่าที่พักที่ดูในเว็บไซต์กับของจริงจะเหมือนกันหรือเปล่าแต่ส่วนมากให้เว็บไซต์จะดูดีกว่าเพราะเขาจะหามุมดีๆ ลงในเว็บไซต์มากกว่าครับแต่งานนี้มาเพื่อเอาบรรยากาศจริงๆ ครับบรรยากาศดีจริงๆ ไม่ร้อนเลย

บ้านคุณพระ

ที่พักบ้านคุณพระ
ขออธิบายของพักก่อนนะครับเผื่อมีใครสนใจอยากไปพักตัวบ้านเป็นบ้านไม้สองชั้นครับบ้านหลังที่ผมพักอยู่ติดแม่น้ำป่าสักมองจากชานห้องพักจะให้แม่น้ำป่าสักห้องมีห้องน้ำในตัวมีพัดลมตั้งโต๊ะให้ครับหน้าต่างสามารถเปิดให้อากาศถ่ายเทได้สะดวกไม่มียุงครับเพราะมีมุ้งลวดมีห้องน้ำในตัวห้องแอร์ก็มีนะครับ ทีแรกก็คิดว่าน่าจะร้อนแต่ที่ไหนได้ครับต้องนอนห่มผ้ากันเลยแหละครับเพราะอากาศดีมากๆ ครับเพราะห้องที่ผมพักมีต้นไม้ใหญ่ค่อยให้อากาศบริสุทธิ์และที่นี่ยังมีห้องอาหารแบบเอ้าดอร์เปิดให้บริการด้วยครับไม่ต้องออกไปหาอะไรกินข้างนอกด้วยอาหารที่นี่อร่อยใช้ได้ครับ

บริเวณหน้าบ้านที่ผมพักครับ

บริเวณเค้าเตอร์บ้านคุณพระ
เรามาดูบรรยากาศรอบๆ บ้านคุณพระกันนะครับว่าน่าวังเวงขนาดไหน เอ๊ะสิ น่าพักขนาดไหนอยู่ติดแม่น้ำป่าสักการเดินทางสะดวกครับแค่นั่งเรือจากท่าเรือใกล้สถานีรถไฟอยุธยาแล้วเดินผ่านสามแยกมานิดเดียวก็เจอแล้วครับ

ชั้นหนึ่งของบ้านคุณพระ

ห้องนอนที่บ้านคุณพระ
ห้องอาจจะมืดไปหน่อยครับไม่ได้เปิดแฟรชครับ

การจัดห้องบ้านคุณพระ
การจัดห้องก็โอเคครับในความคิดผมคิดว่าเหมาะสมกับราคา 400 บาท ต่อคืนครับ เตียงนุ่มกว่าโรงแรมหรือว่ารีสอร์ทบางที่ซะอีกครับ มีผ้าเช็ดตัว ครีมอาบน้ำ และแชมพู ให้ไม่ต้องเตรียมมา(ที่บอกเพราะผมเคยเจอบางทีไม่มีอะไรให้เลยมีแต่ห้อง)ลืมบอกไปไม่มีทีวีให้นะครับแต่ห้องแอร์ไม่แน่ใจว่ามีหรือป่าว

บรรยากาศยามค่ำคืน

ร้านอาหารบ้านคุณพระ
บรรยากาศร้านอาหารริมน้ำของบ้านคุณพระก็ดีมากๆ ครับอากาศก็เย็นสบายครับอาหารก็อร่อยครับสนใจก็ลองเอาไปดูเว็บไซต์ของบ้านคุณพระก็ได้นะครับ ผมนั่งรับประทานอาหารนั่งชมบรรยากาศริมแม่น้ำป่าสักได้สักพักก่อนกลับขึ้นห้องอาบน้ำนอนหลับสบายจริงๆ ครับไม่ร้อนเลยตื่น 10 โมงครับตะวันส่อง…เลยครับหลับสบายจริงๆ

วัดพนัญเชิง วัดหลวงพ่อโต

วัดใหญ่ชัยมงคล
ตื่นสิบโมงครับอาบน้ำแต่งตัวเราไปไหว้พระกันดีกว่าครับไปฝากของที่เค้าเตอร์และก็เดินมาหน้าบ้านโบกรถตุ๊กครับเหมาะเป็นชั่วโมงละสองร้อยครับเขาพาไปทุกวัดที่เราอยากไปครับวันแรกที่ผมไปคือวัดพนัญเชิง เป็นวัดที่มีพระพุทธรูปใหญ่มากครับสีเหลืองทองอร่ามงามมากๆ ครับ จากนั้นผมไปต่อที่วัดใหญ่ชัยมงคลครับ

พระนเรศวร

ศาลหลักเมืองกรุงศรีอยุธยา
พอไหว้พระที่วัดใหญ่ชัยมงคลเสร็จฝั่งตรงข้ามเป็นองค์จำลองพระนเรศวรแวะไปถ่ายรูปคู่ไก่ยักษ์และก็นั่งรถตุ๊กไปต่อครับ ไปที่ศาลหลักเมืองและข้างๆ ศาลหลักเมืองก็จะมีวัดช้างมีบริการให้นั่งช้างชมเมืองด้วยนะครับ

วัดช้าง

นั่งช้างชมเมือง
หลังจากไหว้ศาลหลักเมืองแล้วผมก็กลับเลยครับเพราะต้องมาทำธุระที่กรุงเทพอีกจริงๆ มีวัดอีกเยอะเลยครับที่ยังไม่ได้ไปไว้โอกาสหน้าหากเพื่อนๆ มีเวลาเยอะก็ลองมาชิวๆ ดูนะครับทริปนี้ขอแค่นี้ก่อนต้องเข้านอนแล้วครับ


คนเราเขาถึงบอกว่าอย่าดูแต่เปลือกภายนอกครับเห็นผู้ชายคนนี้แต่งตัวผมรกรุงรังแบบนี้แต่แท้จริงแล้วเขามีจิตใจงามครับเขาคอยดูแลจัดแจงที่นั่งให้กับผู้โดยสารท่านอื่นๆ ครับคอยยกกระเป่าขึ้นชั้นเก็บของให้แก่ผู้โดยสารครับ น่านับถือจริง ๆ
มีรูปเก็บตกมาฝากครับ 


Popularity: 59%
Subscribe RSS
Comment RSS


















ขยันเที่ยวจริงๆๆนะคุณชาย
ยังมาไม่ถึงอยุธยาเลยครับ มาอยุธยาต้องไหว้พระ 9 วัดครับ
วัดช้าง อันนี้ไม่ใช่วัดนะครับอ่านดูนิด “วังช้างอยุธยา แล เพนียด.” วัดข้างหลังผมก็ขับรถผ่านบ่อยแต่ไม่เคยจำชื่อ (อยากบอกว่าในเกาะเมืองมีวัดเยอะมากกว่า 400 วัด (เขาว่ามา)) แต่เดิมตรงนี้เรียกว่า “ปางช้าง” แต่คำว่า ปาง จะใช้สำหรับทางเหนือก็เลยเปลี่ยนเป็น วังช้าง แต่ข้าง ๆ กันนั้นเป็นวัดที่ไม่น่าพลาดไปได้เลยนะครับ วัดมงคลบพิตร เป็นวัดคู่เมืองอยุธยามาช้านานแล้ว ฝั่งตรงข้ามวัดยังประดิษฐานรูปปั้นพระเจ้าอู่ทอง อีกด้วย (นั่งช้างก็คงจะได้เห็น) เลยวัดไปหน่อยจะเป็นวังโบราณ (โบราณมากเหลือแต่ฐาน) มีเจย์ดี 3 องค์เรียงเรียกว่า เจย์ดีเจ้าสามพระยา ส่วนตรงที่ยืนถ้ายรูปนี้เดิมเขาเรียก 4แยกตะแลงแกง (คุก)
มาอยุธยาคราวหน้าผมแนะศูนย์ประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา ข้างมหาวิทยาลัยราชภัฎอยุธยา (สมัยผมเรียนยังเป็นสถาบันอยู่ แต่ตอนนี้ได้ข่าวว่าเป็นมหาวิทยาลัยแล้ว) ฝั่งตรงข้ามมหาวิทยาลัยก็มี พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา ที่รวบรวมเรื่องราวของอยุธยาไว้พอสมควร ถ้าเป็นวัดก็อย่างที่บอก วัดมงคลบพิตร ไม่ควรพลาดเป็นอย่างยิ่ง วัดท่าการ้อง วัดไชยวัฒนารามวัดที่สถาปัตยกรรเรียกได้ว่าจำลองมาจากนครวัด (จำลองมากเพราะไม่สวยเท่า+เล็กกว่า) แต่ถือว่าเป็นวัดที่สวยงามมาก สุดท้ายแต่ไม่ท้ายที่สุด วัดภูเขาทองและอนุสาวรีย์พระนเรศวรมหาราช หลังบ้านผมเอง